ครม.สั่งเกษตรทบทวนเงินชดเชยสวนยางสูงกว่าไร่ละ 1.7 หมื่นบาท หลังพบใช้เวลาปลูกนานหลายปี เบ็ดเสร็จอาจต้องจ่ายถึง 5.4 แสนไร่
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้หารือถึงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอการช่วยเหลือเบื้องต้นตามกฎหมายไร่ละ 11,000 บาท บวกด้วยเงินชดเชยอีก 55% ประมาณ 6,000 บาท รวมแล้วจะชดเชยให้ 17,000 บาท แต่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยมองว่าน้อยเกินไป เพราะสวนยางพาราต้องใช้เวลาในการปลูกนานมาก ต่างจากการปลูกข้าว จึงสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯกลับไปทำข้อมูลใหม่ ก่อนเสนอที่ประชุมครม.สัปดาห์หน้า
นอกจากนั้น ครม.ยังให้กระทรวงเกษตรฯไปศึกษาการชดเชยสวนยางที่เสียหายจากวาตภัย ด้วยว่าจะชดเชยในอัตราเท่าไหร่ รวมถึงให้คณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ไปศึกษาเรื่องการซื้อต้นยางที่ล้มจากวาตภัยว่าจะมีเกณฑ์การชดเชยอย่างไร เสนอครม.สัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน
โดย ณ วันที่ 8 พ.ย. 2553 มีสวนยางได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 5.4 แสนไร่ เกิดจากอุทกภัย 4 แสนไร่ และวาตภัย 5.2 หมื่นไหร่
http://www.posttoday.com/ข่าว/การเมือง/59015/เพิ่มเงินช่วยสวนยางเจอพายุ
วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
พายุพังสวนยาง แทบหมดตัว วอนรัฐเร่งช่วย
ชาวพัทลุง สุดช้ำ พายุซัดสวนยางพารา หักโค่นพังราบนับหลายหมื่นไร่ ทำแทบสิ้นเนื้อประดาตัว วอนรัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือด่วน ...
ชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณริมทะเลสาบลำปำ (ทะเลสาบสงขลา ตอนใน) ในพื้นที่ อ.ปากพะยูน บางแก้ว เขาชัยสน เมืองพัทลุง และ อ.ควนขนุน กำลังประสบกับความเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมขัง เนื่องจากกระแสลมในทะเลสาบพัดหนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.เกาะหมาก ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะต่างๆ จำนวน 20 หมู่บ้าน กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาดจากภายนอก โดยเฉพาะเส้นทางปากพะยูน- เกาะนางคำ ระดับน้ำบางจุดสูงถึง 2 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ในขณะที่พื้นที่ ต.ท่ามะเดื่อ โคกสัก และนาปะขอ อ.บางแก้ว กำลังเดือดร้อนเช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำจากพื้นที่เทือกเขาบรรทัดไหลทะลักเข้ามาเรื่อยๆ ในส่วนของพื้นที่ ม.8 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน ชาวบ้านก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน บางจุดมีการอพยพชาวบ้าน สัตว์เลี้ยงมาอยู่บนถนน ในส่วนของชาวบ้านในหัวป่าเขียว ท้องที่ ม.7 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ประมาณ 85 ครัวเรือน ได้อพยพครอบครัวมาพักอาศัยชั่วคราวในโรงเรียนหัวป่าเขียว และศูนย์ศิลปาชีพบ้านหัวป่าเขียว
ทางด้าน นายสมชาย แก้วลาย หน.สนง.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.พัทลุง (สกย.พัทลุง) กล่าวว่า การเกิดอุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ จ.พัทลุงในครั้งนี้ เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี เพราะต้นยางพาราถูกกระแสน้ำป่าและพายุพัดล้มเสียหายโดยสิ้นเชิงเป็นจำนวนมาก โดยในพื้นที่ อ.ป่าบอน อ.ปากพะยูน พื้นที่สวนยางพาราได้รับความเสียหาย ประมาณ 40,000 ไร่ พื้นที่ อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน อ.ตะโหมด เสียหายประมาณ 8,000 ไร่ พื้นที่ อ.ควนขนุน อ.ศรีบรรพต อ.ป่าพะยอม เสียหาย ประมาณ 4,500 ไร่ และพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ เสียหายประมาณ 5,500 ไร่ รวมค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 58,000 ไร่
โดยพื้นที่สวนยางพาราส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจะอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะหมาก และ ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน ทางด้านเกษตรกรปลูกยางพารารายหนึ่งในท้องที่ ม.5 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน กล่าวว่า การเกิดฝนตกหนักและพายุพัดแรงในครั้งนี้ นอกจากบ้านของตนได้รับความเสียหายจากต้นไม้ใหญ่ล้มทับแล้ว สวนยางพาราของตนประมาณ 25 ไร่ ก็ถูกพายุพัดล้มจนเสียหายโดยสิ้นเชิง จากนี้ไปครอบครัวของตนคงเดือดร้อนหนักเพราะไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว จะลงหาปลาในทะเลสาบก็ไม่คุ้มค่ากับค่าน้ำมัน สิ่งที่น่าห่วงก็คือลูกๆที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และอนุปริญญา ตนคิดว่าความเสียหายของตนมากกว่าพี่น้องใน อ.หาดใหญ่ เพราะยางพารา กว่าจะกรีดได้ต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ส่วนเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันก็เดือดร้อนเหมือนตน บางรายสวนยางพาราโดนพายุพัดล้มมากถึง 50 ไร่ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขความเดือดร้อนให้พวกตนด้วย
ที่มา: ไทยรัฐ
ชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณริมทะเลสาบลำปำ (ทะเลสาบสงขลา ตอนใน) ในพื้นที่ อ.ปากพะยูน บางแก้ว เขาชัยสน เมืองพัทลุง และ อ.ควนขนุน กำลังประสบกับความเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมขัง เนื่องจากกระแสลมในทะเลสาบพัดหนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.เกาะหมาก ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะต่างๆ จำนวน 20 หมู่บ้าน กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาดจากภายนอก โดยเฉพาะเส้นทางปากพะยูน- เกาะนางคำ ระดับน้ำบางจุดสูงถึง 2 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ในขณะที่พื้นที่ ต.ท่ามะเดื่อ โคกสัก และนาปะขอ อ.บางแก้ว กำลังเดือดร้อนเช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำจากพื้นที่เทือกเขาบรรทัดไหลทะลักเข้ามาเรื่อยๆ ในส่วนของพื้นที่ ม.8 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน ชาวบ้านก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน บางจุดมีการอพยพชาวบ้าน สัตว์เลี้ยงมาอยู่บนถนน ในส่วนของชาวบ้านในหัวป่าเขียว ท้องที่ ม.7 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ประมาณ 85 ครัวเรือน ได้อพยพครอบครัวมาพักอาศัยชั่วคราวในโรงเรียนหัวป่าเขียว และศูนย์ศิลปาชีพบ้านหัวป่าเขียว
ทางด้าน นายสมชาย แก้วลาย หน.สนง.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.พัทลุง (สกย.พัทลุง) กล่าวว่า การเกิดอุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ จ.พัทลุงในครั้งนี้ เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี เพราะต้นยางพาราถูกกระแสน้ำป่าและพายุพัดล้มเสียหายโดยสิ้นเชิงเป็นจำนวนมาก โดยในพื้นที่ อ.ป่าบอน อ.ปากพะยูน พื้นที่สวนยางพาราได้รับความเสียหาย ประมาณ 40,000 ไร่ พื้นที่ อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน อ.ตะโหมด เสียหายประมาณ 8,000 ไร่ พื้นที่ อ.ควนขนุน อ.ศรีบรรพต อ.ป่าพะยอม เสียหาย ประมาณ 4,500 ไร่ และพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ เสียหายประมาณ 5,500 ไร่ รวมค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 58,000 ไร่
โดยพื้นที่สวนยางพาราส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจะอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะหมาก และ ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน ทางด้านเกษตรกรปลูกยางพารารายหนึ่งในท้องที่ ม.5 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน กล่าวว่า การเกิดฝนตกหนักและพายุพัดแรงในครั้งนี้ นอกจากบ้านของตนได้รับความเสียหายจากต้นไม้ใหญ่ล้มทับแล้ว สวนยางพาราของตนประมาณ 25 ไร่ ก็ถูกพายุพัดล้มจนเสียหายโดยสิ้นเชิง จากนี้ไปครอบครัวของตนคงเดือดร้อนหนักเพราะไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว จะลงหาปลาในทะเลสาบก็ไม่คุ้มค่ากับค่าน้ำมัน สิ่งที่น่าห่วงก็คือลูกๆที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และอนุปริญญา ตนคิดว่าความเสียหายของตนมากกว่าพี่น้องใน อ.หาดใหญ่ เพราะยางพารา กว่าจะกรีดได้ต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ส่วนเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันก็เดือดร้อนเหมือนตน บางรายสวนยางพาราโดนพายุพัดล้มมากถึง 50 ไร่ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขความเดือดร้อนให้พวกตนด้วย
ที่มา: ไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ประวัติตำบลหารเทา
ประวัติความเป็นมา :
ชุมชนหารเทาเป็นชุมชนที่มีอายุมาราว 115 ปี เป็นชุมชนเก่าแก่เกิดขึ้นมาพร้อมกับอำเภอปากพยูน และสถานีรถไฟหารเทา เมื่อก่อนเป็นตำบลฝาละมี มาแยกเป็นตำบลหารเทา เมื่อปี 2523 คำว่า "หารเทา" เชื่อกันว่ามาจากชื่อของแหล่งน้ำที่มีลักษณะเป็นหนองน้ำ ซึ่งคนพื้นบ้านเรียกกันว่า "หาร" ส่วนคำว่า "เทา" น่าจะมาจากต้นไม้ตระกูลหมาก ชาวบ้านเรียกว่า "หมกเทา" ซึ่งมีอยู่มากบริเวณใกล้ ๆ หารจึงได้เรียกชื่อสั้น ๆ ว่า "หารเทา" และเชื่อกันว่าชื่อนี้มีมาพร้อม ๆ กับสถานีรถไฟหารเทา ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ตั้งชื่อ แต่ปัจจุบันก็ได้ชื่อหารเทาตามที่เรียกขานตามสมัยก่อน
สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลหารเทาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอปากพะยูน ห่างจากที่ว่าการอำเภอปากพะยูน ประมาณ 11 กิโลเมตร
อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลดอนประด,ู่ ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทุ่งนารี, ตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 7,052 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,848 หลังคาเรือน
ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนาและทำสวน
อาชีพเสริม หัตถกรรมเลี้ยงสัตว์
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1. วัดทุ่งขนุนหลวงนิมิตร (โบราณ)
2. วัดหารเทา
3. สำนักสงฆ์บ้านห้วยเรือ
4. โรงเรียนมัธยม (หารเทา)
5. โรงเรียนประถมศึกษา 5 โรงเรียน
6. สถานีอนามัยทะเลเหมียง
7. สถานีอนามัยบ้านห้วยเรือ
ชุมชนหารเทาเป็นชุมชนที่มีอายุมาราว 115 ปี เป็นชุมชนเก่าแก่เกิดขึ้นมาพร้อมกับอำเภอปากพยูน และสถานีรถไฟหารเทา เมื่อก่อนเป็นตำบลฝาละมี มาแยกเป็นตำบลหารเทา เมื่อปี 2523 คำว่า "หารเทา" เชื่อกันว่ามาจากชื่อของแหล่งน้ำที่มีลักษณะเป็นหนองน้ำ ซึ่งคนพื้นบ้านเรียกกันว่า "หาร" ส่วนคำว่า "เทา" น่าจะมาจากต้นไม้ตระกูลหมาก ชาวบ้านเรียกว่า "หมกเทา" ซึ่งมีอยู่มากบริเวณใกล้ ๆ หารจึงได้เรียกชื่อสั้น ๆ ว่า "หารเทา" และเชื่อกันว่าชื่อนี้มีมาพร้อม ๆ กับสถานีรถไฟหารเทา ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ตั้งชื่อ แต่ปัจจุบันก็ได้ชื่อหารเทาตามที่เรียกขานตามสมัยก่อน
สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลหารเทาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอปากพะยูน ห่างจากที่ว่าการอำเภอปากพะยูน ประมาณ 11 กิโลเมตร
อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลดอนประด,ู่ ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทุ่งนารี, ตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 7,052 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,848 หลังคาเรือน
ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนาและทำสวน
อาชีพเสริม หัตถกรรมเลี้ยงสัตว์
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1. วัดทุ่งขนุนหลวงนิมิตร (โบราณ)
2. วัดหารเทา
3. สำนักสงฆ์บ้านห้วยเรือ
4. โรงเรียนมัธยม (หารเทา)
5. โรงเรียนประถมศึกษา 5 โรงเรียน
6. สถานีอนามัยทะเลเหมียง
7. สถานีอนามัยบ้านห้วยเรือ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)